รู้จักเยอรมนี

ภาพรวมประเทศ

ที่ตั้ง ตอนกลางของทวีปยุโรป ทิศเหนือจรดเดนมาร์ก ทิศใต้จรดสวิตเซอร์แลนด์และออสเตรีย ทิศตะวันออกจรดสาธารณรัฐเช็กและโปแลนด์ ทิศตะวันตกจรดเนเธอร์แลนด์ เบลเยียม ลักเซมเบิร์ก และฝรั่งเศส
พื้นที่ ๓๕๗,๐๒๑ ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง กรุงเบอร์ลิน (Berlin)
ประชากร ๘๑.๙ ล้านคน (๒๕๕๕)
ภูมิอากาศ บริเวณชายฝั่งจะมีอากาศอบอุ่นในฤดูร้อน และหนาวเย็นปานกลาง ในฤดูหนาว ในขณะที่บริเวณภาคพื้นทวีปมีอากาศร้อนในฤดูร้อน และหนาวเย็นในฤดูหนาว
ภาษาราชการ เยอรมัน
ศาสนา คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ร้อยละ ๓๑ คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ ร้อยละ ๓๑ อิสลาม ร้อยละ ๔ และนับถือศาสนาอื่นหรือไม่มีศาสนา ร้อยละ ๓๔
หน่วยเงินตรา ยูโร (Euro) อัตราแลกเปลี่ยน ๑ ยูโร เท่ากับประมาณ ๔๕.๓ บาท (ณ วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๗)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ๓,๓๙๙.๕๘ พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี ๒๕๕๕)
รายได้ประชาชาติต่อหัว ๔๑,๕๑๔ ดอลลาร์สหรัฐ (ปี ๒๕๕๕)
การขยายตัวทางเศรษฐกิจ ร้อยละ ๐.๗ (ปี ๒๕๕๕)
ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ (federalism) ประกอบด้วย ๑๓ รัฐ (states) และ ๓ รัฐอิสระ (free states) ซึ่งปกครองด้วยรัฐสภา และรัฐบาลของตนเอง มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ดำรงตำแหน่งวาระละ ๕ ปี และมีนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร ดำรงตำแหน่งวาระ ครั้งละ ๔ ปี ปัจจุบัน นายโยอาคิม เกาค์ (Dr. Joachim Gauck) ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และนางอังเกลา แมร์เคล (Dr. Angela Merkel) ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ๓ สมัยติดต่อกัน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๘

ด้านการเมือง

การเลือกตั้งทั่วไป

ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๖ พรรคคริสเตียนประชาธิปไตย CDU/CSU ได้รับชัยชนะ และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของนางอังเกลา แมร์เคล (Angela Merkel) ซึ่งเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็น (Chancellor of the Federal Republic of Germany) สมัยที่ ๓ ติดต่อกัน เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ทั้งนี้ รัฐบาลชุดใหม่ของเยอรมนีเป็นรัฐบาลผสมระหว่างพรรค CDU/CSU กับพรรคสังคมประชาธิปไตย SPD โดยที่นั่งรวมกัน ๕๐๔ ที่นั่ง จากจำนวน ส.ส. ทั้งสิ้น ๖๓๑ ที่นั่ง หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๐ ของที่นั่งทั้งหมดในสภา มีนายฟรังค์-วัลเตอร์ ชไตน์ไมเออร์ (Frank-Walter Steinmeier) เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (Federal Minister for Foreign Affairs) ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นครั้งที่ ๒


นโยบาย

รัฐบาลจะใช้งบประมาณเพิ่มเติมประมาณ ๒๓ ล้านยูโร เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐ และตั้งเป้าที่จะไม่ก่อหนี้เพิ่มเติมตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ เป็นต้นไป ทังนี้ รัฐจะให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุน การสร้างงาน การสร้างรายได้ให้กับประชาชนมากขึ้น นโยบายแมร์เคล ๓ มีปัจจัยที่เอื้อประโยชน์กับแรงงานมากขึ้น อาทิ การเริ่มนโยบายค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศภายในปี ๒๕๕๙ เป็น ๘.๕๐ ยูโร/ชั่วโมง เพิ่มการลงทุนของรัฐในสาธารณูปโภคต่างๆ การลดอายุเกษียณจาก ๖๕ เป็น ๖๓ ปี และการจัดโควตาสำหรับผู้บริหารที่เป็นสตรีร้อยละ ๓๐ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ เป็นต้นไป นอกจากนี้ เยอรมนียังมีแผนที่จะจัดระเบียบอัตราเช่าที่พักอาศัย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และการปฏิรูปกฎหมายเกี่ยวกับพลังงานทดแทน เพื่อให้เป็นไปตามกลไกราคาของตลาดมากขึ้น


ด้านเศรษฐกิจ

ภาพรวม

ในปี ๒๕๕๖ มีอัตราการเติบโตเล็กน้อย เพียงร้อยละ ๐.๕ เยอรมนีมีอัตราหนี้ร้อยละ ๘๑ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในปี ๒๕๕๗ คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเติบโตร้อยละ ๑.๗ เยอรมนีมีอัตราการว่างงานต่ำที่สุดเป็นลำดับสองในเขตยูโร คิดเป็นร้อยละ ๕.๑ และมีอัตราการว่างงานของเยาวชนต่ำที่สุดในสหภาพยุโรป คือ ร้อยละ ๘.๑


การค้าระหว่างประเทศ

เยอรมนีมีมูลค่าการค้าระหว่างประเทศราว ๑,๘๓๘ พันล้านยูโร โดยคู่ค้าที่สำคัญยังเป็นตลาดในกลุ่มสหภาพยุโรป ร้อยละ ๓๖.๙ รองลงมาเป็นตลาดในเอเชีย ร้อยละ ๑๖.๓ โดยคู่ค้า ๕ อันดับที่สำคัญของเยอรมนี ได้แก่ ฝรั่งเศส (๑๕๒.๓ พันล้านยูโร) เนเธอร์แลนด์ (๑๔๖.๘ พันล้านยูโร) จีน (๑๒๙.๔ พันล้านยูโร) สหรัฐอเมริกา (๑๒๗ พันล้านยูโร) และสหราชอาณาจักร(๑๐๘.๖ พันล้านยูโร) และประเทศคู่ค้าที่สำคัญของเยอรมนีในเอเชีย ๕ อันดับแรก ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินเดีย และไต้หวัน


ด้านการต่างประเทศ

นายฟรังค์-วัลเตอร์ ชไตน์ไมเออร์ (Frank-Walter Steinmeier) ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลแมร์เคล ๓ โดยนายชไตน์ไมเออร์มีความอาวุโสทางการเมือง เคยดำรงตำแหน่งนี้มาแล้วในสมัยรัฐบาลแมร์เคล ๑ และได้ประกาศว่า จะนำพาให้เยอรมนีมีบทบาทด้านการต่างประเทศและแสดงความรับผิดชอบมากขึ้นในฐานะหุ้นส่วนที่น่าเชื่อถือ เยอรมนียังเน้นความสำคัญและความมั่นคงของยุโรป การแก้ปัญหาการเงิน และมาตรการผู้อพยพในสหภาพยุโรปเป็นนโยบายหลัก แต่ทั้งนี้ จะพยายามมีบทบาทสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาซีเรียและอิหร่าน และให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคงในอัฟกานิสถาน ตะวันออกกลาง นอกจากนี้ เยอรมนีให้ความสำคัญกับประเด็นการรักษาความมั่นคงทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการต่อต้านอาชญากรรมในโลกไซเบอร์มากขึ้น ภายหลังที่ข่าวการลอบดักฟังข้อมูลโทรศัพท์ของนายกรัฐมนตรีเยอรมันโดยหน่วยข่าวกรองของสหรัฐอเมริการั่วไหลออกมา