รู้จักเยอรมนี

ความสัมพันธ์กับไทย

การทูต

ปี ๒๕๖๐ เป็นวาระครบรอบ ๑๕๕ ปีแห่งความสัมพันธ์ไทย-เยอรมนี นับตั้งแต่ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับเยอรมนี เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๐๕ โดยการทำสนธิสัญญาพระราชไมตรี การค้า และการเดินเรือระหว่างกัน (Treaty of Amity, Commerce and Navigation with Prussia, in the name of the German Customs and Commercial Union) ปัจจุบันมี ดร. ธีรวัฒน์ ภูมิจิตร เป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลินไทยมีสถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต และสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ในเยอรมนี ๒ แห่ง คือ ที่เมืองฮัมบูร์ก และเมืองดึสเซ็ลดอร์ฟ และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ๑ แห่ง ที่เมืองชตุทท์การ์ท ในขณะที่ฝ่ายเยอรมนี นายเพเทอร์ พรูเกล (Peter Pruegel) ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต และมีสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในไทย ๓ แห่ง คือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดภูเก็ต และเมืองพัทยา


การเมือง

ความสัมพันธ์ทวิภาคีดำเนินไปด้วยความราบรื่น ไทยและเยอรมนีมีการแลกเปลี่ยนการเยือน ในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงปี ๒๕๖๐ มีการหารือระดับสูงระหว่างไทยและสหพันธ์ฯ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ นางอรรชกา สีบุญเรื่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หารือทวิภาคีกับนางโยฮันนา วังคา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและวิจัยของเยอรมนี เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๐ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หารือทวิภาคีกับนายมัทเทียส มัคนิก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมัน เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐ และนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พบหารือกับนายเพเทอร์ เบลเซอร์ รัฐมนตรีช่วงอาหารกระทรวงเกาตรและอาหารของเยรมนีเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ล่าสุด เมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ นายดอม ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้พบหารือกับนายซีกมาร์ กาบรีเอล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนี ที่กรุงเนปยีดอ เมียนมาร์


การค้า

ในปี ๒๕๕๙ เยอรมนีเป็นคู่ค้าลำดับที่ ๑๕ ของไทย โดยเป็นคู่ค้าอันดับที่ ๑ ของไทยจากสหภาพยุโรป ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ ๓๗ ของเยอรมนี โดยเป็นคู่ค้าลำดับที่ ๔ ของเยอรมนีในอาเซียน (รองจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ซึ่งอยู่ในดันดับ ๓๒ ๓๓ และ ๓๔ ตามลำดับ) มีมูลค่าการค้ารวม ๙.๗๘ พันล้านยูโร โดยไทยส่งออกมูลค่า ๕.๓๘ พันล้านยูโร และนำเข้ามูลค่า ๔.๔๐ พันล้านยูโรดอลลาร์สหรัฐ ไทยเกินดุลการค้ามูลค่า ๐.๙๘ พันล้านยูโร เป็นประเทศที่เกินดุลเยอรมนีมากที่สุดเป็นอันดับที่ ๒๑

สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปเยอรมนี ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องนุ่งห่ม รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ก๊อก วาล์วและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล สินค้านำเข้าที่สำคัญของไทยจากเยอรมนี ได้แก่ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การแพทย์ รถยนต์นั่ง ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม แผงวงจรไฟฟ้า


การลงทุน

การลงทุนจากเยอรมนีในปี ๒๕๕๙ มีมูลค่า ๖,๒๔๐ ล้านบาท เป็นการลงทุนที่ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment - BOI) ทั้งสิ้น ๒๘ โครงการ มูลค่า ๒,๘๙๔ ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในสาขาผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร รองลงมา ได้แก่ สาขาอุปกรณ์ไฟฟ้า และสาธารณูปโภคและบริการ

ปัจจุบันมีบริษัทสัญชาติเยอรมันลงทุนในไทยมากกว่า ๖๐๐ ราย


การท่องเที่ยว

ในปี ๒๕๕๙ มีนักท่องเที่ยวเยอรมันเดินทางมาประเทศไทยจำนวนประมาณ ๘๓๕,๐๐๐ คน สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ (เป็นอันดับที่ ๓ ในยุโรป รองจากรัสเซีย และสหราชอาณาจักร) นักท่องเที่ยวเยอรมันจัดเป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพราะพำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน และมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันสูง ปัจจุบัน สายการบินไทยทำการบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่นครแฟรงก์เฟิร์ตวันละ ๒ เที่ยวบิน และจากกรุงเทพฯ สู่นครมิวนิกทุกวัน วันละ ๑ เที่ยวบิน ส่วนสายการบิน Lufthansa ทำการบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปนครแฟรงก์เฟิร์ตวันละ ๑ เที่ยว



ความตกลงที่ได้ลงนามไปแล้ว

  • สนธิสัญญาว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุนต่างตอบแทน (ลงนามครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๔ และลงนามครั้งล่าสุดหลังจากเจรจาใหม่ เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๕ โดยมีการแลกเปลี่ยนสัตยาบันสารระหว่างกันเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๔๗)
  • ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๐๕)
  • อนุสัญญาว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อน ในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และจากทุน (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๐)
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ (ลงนามเมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓)
  • ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวัฒนธรรม (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๒๖ และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๒๗)
  • สนธิสัญญาว่าด้วยการโอนตัวผู้กระทำผิดและความร่วมมือในการบังคับให้เป็นไปตาม คำพิพากษาในคดีอาญา (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๓๖)
  • ความตกลงว่าด้วยการขนส่งทางทะเล (ลงนามเมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๔๔)
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านเศรษฐกิจ (ลงนามเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๖)
  • ความตกลงว่าด้วยพนักงานวิทยุสมัครเล่น (แลกเปลี่ยนหนังสือระหว่างกันเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๔๖)
  • ความตกลงด้านการเงิน เพื่อเป็นกรอบความตกลงสำหรับการให้กู้ยืมเงินระหว่างธนาคาร Kreditanstalt fuer Wiederaufbau (KfW) ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีกับธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ลงนามเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๘)
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือไตรภาคีเพื่อให้ความร่วมมือแก่ประเทศที่สาม (ลงนามเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑)
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในสาขาการจัดการภัยพิบัติ (ลงนามเมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๕)
  • บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา (ลงนามเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕)