อัพเดทด้านเศรษฐกิจ

โอกาสของ Start-ups ไทยในเยอรมนี (ตอนที่ 1): ความเข้มแข็งของกรุงเบอร์ลินในฐานะ Start-ups City ชั้นนำของโลก

      เมื่อนึกถึงกรุงเบอร์ลิน ผู้อ่านหลายท่านอาจนึกถึงเมืองที่ผ่านประวัติศาสตร์มายาวนานและมีความหลากหลายของวัฒนธรรมและการอยู่ร่วมกันของผู้คนที่มาจากหลายแหล่ง หรืออาจนึกถึงเมืองที่เป็นผู้นำกระแสทางธุรกิจ วัฒนธรรม เทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ไม่เพียงเท่านั้น ในปัจจุบัน กรุงเบอร์ลินยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ธุรกิจเกิดใหม่ (Start-up) ทำให้กรุงเบอร์ลินเป็นกลจักรสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของเยอรมนีที่จากเดิมแรงขับเคลื่อนโดยบริษัทในยุคก่อนมีอินเตอร์เน็ต ให้เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรม
      จากสถิติของสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ (German Start-up Association) พบว่ากรุงเบอร์ลินเป็นที่ตั้งของ start-ups กว่า 6,000 รายในปี 2559 หรือคิดเป็นกว่าร้อยละ 17 ของ start-ups ทั้งหมดทั้งเยอรมนี ทั้ง ๆ ที่มี GDP และจำนวนประชากรคิดเป็นเพียงร้อยละ 4 ของทั้งประเทศ นอกจากนี้ ข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจกรุงเบอร์บิน ระบุว่า การจดทะเบียน start-ups ในเบอร์ลินเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมาถึงปี 2559 ทุก ๆ ปี โดยเฉพาะในสาขา ICT เฉพาะในปี 2559 เพียงปีเดียวมีการจดทะเบียน start-ups ในสาขา ICT ถึง 411 ราย  
       ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เบอร์ลินเป็นที่ตั้งของศูนย์ธุรกิจเกิดใหม่ (Start-up) ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ก็คือ การมีสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดขึ้นของธุรกิจเกิดใหม่ (Start-up Ecosystem) โดยกรุงเบอร์ลินได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 7 ของโลกใน Global Start-up Ecosystem Ranking 2017
ปัจจัยที่เอื้อต่อสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดขึ้นของธุรกิจเกิดใหม่ของกรุงเบอร์ลิน ก็คือ การทีเยาวชนคนรุ่นใหม่และนักศึกษาจำนวนมากที่สุดในเยอรมนี ทั้งยังมีมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัย จำนวนมาก จึงเป็นศูนย์รวมของความคิดสร้างสรรค์และแนวคิดในการทำธุรกิจแบบใหม่ และมีผู้ประกอบการรายใหม่ที่ตื่นตัวที่จะสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ และคิดค้นนวัตกรรมที่สอดคล้องกับสังคมในยุค IT ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มี business model สามารถหาสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยที่พร้อมจะให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี และได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐได้โดยไม่ยาก นอกจากนี้ กรุงเบอร์ลินยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่เปิดรับต่อสินค้าและบริการใหม่ ๆ ทั้งหมดนี้ ทำให้กรุงเบอร์ลินกลายเป็นเสมือนห้องทดลองขนาดยักษ์ในการประกอบการสำหรับ Start-up
        ผู้อ่านท่านใดที่รู้จักรุงเบอร์ลินอาจจะทราบว่า ในยุคสงครามเย็นที่กรุงเบอร์ลินถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนนั้น แทบจะไม่มีการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการขนาดใหญ่ในกรุงเบอร์ลิน ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีบริษัทขนาดใหญ่ของเยอรมนีที่จดทะเบียนในดัชนี DAX มีสำนักงานใหญ่หลักอยูในกรุงเบอร์ลินเลย อาจกว่าได้ว่า การที่เบอร์ลินสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองจากเมืองที่ไม่มีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ให้กลายเป็นศูนย์ธุรกิจเกิดใหม่ (Start-up) ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ถือเป็นความสำเร็จอย่างสูงของความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกรุงเบอร์ลิน ภาคเอกชน และสถาบันวิจัยอย่างแท้จริง
        รัฐบาลกรุงเบอร์ลินให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสถานประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และภาคบริการมาเป็นระยะเวลานาน ในยุคดิจิทัล บทบาทหลักของรัฐบาลกรุงเบอร์ลิน คือ (1) การสร้างเครือข่ายลูกค้าและหุ้นส่วนธุรกิจ ให้แก่ start-ups (2) สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจ (business incubator) อุทยานวิทยาศาสตร์ (เช่น Adlershof) และพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Co-working Space) เพื่อให้เข้ากับรูปแบบการทำงานของ start-ups และสนับสนุนให้กรุงเบอร์ลินเป็น test-beds สำหรับ start-ups (3) เชื่อมโยงกับ บ. ขนาดใหญ่ของเยอรมนีที่มีศักยภาพเป็นลูกค้าของ start-ups ด้วย ตัวอย่างล่าสุด ก็คือ BMW ได้ใช้งบประมาณประมาณ 500 ล้านยูโร ร่วมกับ start-ups ลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมการขนส่ง เพื่อขยายกิจการลงทุนในธุรกิจบริการด้านการขนส่ง (Mobility Service) จากเดิมที่เป็นผู้ผลิตยานยนต์เพียงอย่างเดียว และ (4) รัฐบาลกรุงเบอร์ลินยังได้ปรับกฏระเบียบและเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจเพื่อดึงดูด start-ups จากทั่วโลกด้วย
        อย่างไรก็ดี กรุงเบอร์ลินและประเทศเยอรมนีในภาพรวมยังมีจุดอ่อนเกี่ยวกับการสนับสนุนให้ Start-up เข้าถึงแหล่งเงินทุน ไม่ว่าจะเป็น Venture Capital ซึ่งเป็นการลงทุนร่วมกันของหุ้นส่วนซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนในรูปแบบขององค์กร มีการลงทุนระยะยาวประมาณ 3-5 ปี หรือ Angel Investor หรือ crowd-funding ซึ่งเป็นนักลงทุนรายอิสระหรือกลุ่มนักลงทุนอิสระที่ใช้เงินส่วนตัวในการลงทุนในธุรกิจ โดยในปี 2559 มีการลงทุนใน start-ups ในรูปแบบ Venture Capital กรุงเบอร์ลิน เพียง 1 พันล้านยูโร ลดลงจากปี 2558 กว่าครึ่ง

ในตอนที่ 2 เราจะมาดูกันว่า นักลงทุน business angels สถาบันการเงิน start-up ของไทยมีโอกาสในเบอร์ลินและเยอรมนีอย่างไร

12/25/2017



กลับหน้าหลัก