ข่าวเด่น

สรุปภาวะเศรษฐกิจเยอรมนีปี 60 กับแนวโน้มปี 61

                สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี (Statistisches Bundesamt - destat) ได้สรุปสภาวะเศรษฐกิจเยอรมนีในปี 60 ว่า สามารถขยายตัวได้ต่อเนื่องอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพกว่าร้อยละ 2.2 เร่งตัวขึ้นจากปี 59 ที่ขยายตัวร้อยละ 1.9 โดยได้รับสนับสนุนจากการลงทุนภาคเอกชน (ขยายตัวร้อยละ 3.6) การบริโภคครัวเรือน (ขยายตัวร้อยละ 3.8) ทั้งนี้ สาขา ศก. ที่ขยายตัวได้ดีคือ อก. และบริการ ICT (ขยายตัวร้อยละ 3.9) การค้าปลีกค้าส่ง (ขยายตัวร้อยละ 2.9) ทำให้เยอรมนีมี GDP มูลค่า 3.26 ล้านล้านยูโร (ร้อยละ 21 ของ GDP อียู) ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลกรองจากสหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น และใหญ่ที่สุดในอียู
        เศรษฐกิจที่ขยายตัวร้อนแรงในทุกสาขาทำให้การจ้างงานในปี 60 เพิ่มขึ้นเป็นทั้งหมด 44.48 ล้านตำแหน่ง สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 59 ประมาณ 6.38 แสนตำแหน่ง และเหลือผู้ว่างงานประมาณ 2.385 ล้านคน คิดเป็นอัตราว่างงานร้อยละ 5.3 ของกำลังแรงงานในสหพันธ์ฯ ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดตั้งแต่การรวมชาติในปี 33 เมื่อเศรษฐกิจดี คนมีงานทำ บริษัทมีกำไร รัฐบาลก็สามารถเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น ทำให้รัฐบาลเยอรมันเกินดุลงบประมาณกว่า 3 หมื่นล้านยูโร (ร้อยละ 1.2 ของ GDP ซึ่งถือเป็นการเกินดุลงบประมาณที่สูงที่สุดในอียู) เป็นผลให้หนี้สาธารณะลดลงเหลือร้อยละ 64.8 ของ GDP โดยนับตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค. 60 เป็นต้นมาหนี้สาธารณะเมื่อวัดเป็นมูลค่าเงินปรับลดลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
        องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจเยอรมนีคือภาคส่งออก โดยในปี 60 เยอรมนีส่งออกมูลค่า 1.543 ล้านล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากปี 59 ร้อยละ 4.2 โดยการส่งออกไปนอกอียูเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 ไปเอเชียเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ไปจีนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 14 ทำให้จีนกลายเป็นประเทศปลายทางของการส่งออกอันดับที่ 3 แทนที่สหราชอาณาจักร เป็นรองก็เพียงสหรัฐฯ และฝรั่งเศส และเมื่อหักลบด้วยการนำเข้ามูลค่า 1.294 ล้านล้านยูโรแล้ว เยอรมนียังเกินดุลการค้า 2.49 แสนล้านยูโรหรือกว่าร้อยละ 7.6 ของ GDP เยอรมนีจึงเป็นประเทศที่เกินดุลสูงที่สุดประเทศหนึ่งในโลก
        เมื่อประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้น และยังมีรายได้จากการเกินดุลการค้า จึงไม่น่าแปลกใจที่นักลงทุนชาวเยอรมันนำเงินที่มีในกระเป๋าเพิ่มขึ้นไปลงทุนนอกประเทศ โดยเพียงในช่วงครึ่งแรกของปี 60 นักลงทุนเยอรมันลงทุนโดยตรงเพิ่มในต่างประเทศแล้วกว่า 4.33 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
        นักวิเคราะห์หลายสำนักทั้งธนาคารพาณิชย์เยอรมัน ธนาคารกลางยุโรป ธนาคารสหพันธ์ฯ กระทรวงการคลังเยอรมัน หรือแม้กระทั่งสถาบันวิจัยทางเศรษฐกิจที่ประเมินการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบอนุรักษ์นิยมอย่างสถาบัน ifo นครมิวนิก ได้วิเคราะห์ไปในทางเดียวกันว่า ปี 61 เศรษฐกิจเยอรมันจะเติบโตได้ไม่แพ้ปี 60 หรืออาจจะร้อนแรงกว่าปี 61 หรืออยู่ในภาวะ “เครื่องยนต์เริ่มร้อนเกินไป” เสียด้วยซ้ำ เนื่องจากประเทศคู่ค้าหลักโดยเฉพาะในอียูเริ่มฟื้นตัวชัดเจนขึ้น และน่าจะมีเม็ดเงินลงทุนจากภาครัฐเพิ่มเติมหลังจากมีรัฐบาลใหม่
        นอกจากนี้ปี 61 จะยังเป็นปีของการเร่งดำเนินนโยบายเศรษฐกิจต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเงินในอียูที่รัฐบาลใหม่ของเยอรมนีจะต้อง “มีคำตอบ” ต่อข้อเสนอปฏิรูปอียูที่ประธานาธิบดีฝรั่งเศสผลักดัน การเจรจา Brexit ให้นำไปสู่ soft Brexit เพื่อจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น การต่อต้านกระแสกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ไปจนถึงการลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัลและการหาเงินทุนสำหรับ start-ups
        อย่างไรก็ดี เยอรมนีกำลังเผชิญปัจจัยเสี่ยงในปี 61 ปัจจัยเสี่ยงภายนอกคือ ราคาเชื้อเพลิงอาจเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวและสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และแนวโน้มดอกเบี้ยที่อาจเพิ่มขึ้น หากธนาคารกลางยุโรปเริ่มลดนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย หากอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงกว่าร้อยละ 2 นอกจากนี้ การที่เยอรมนีมีเป็นผู้ค้าและนักลงทุนรายใหญ่ในโลก ทำให้เยอรมนีอ่อนไหวต่อมาตรการกีดกันทางการค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกใหญ่ที่สุดของสหพันธ์ฯ ต่อสถานการณ์การเมืองและความมั่นคงระหว่างประเทศที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน ตลอดจนเส้นทางการค้าและเส้นทางการส่งน้ำมันได้ ส่วปัจจัยเสี่ยงภายในคือ การขาดแรงงานอย่างรุนแรง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้ไม่สามารภคาดการณ์ถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจในระยะ 4 ปีข้างหน้าได้
        ไม่ว่าเศรษฐกิจเยอรมันจะเป็นอย่างไร ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับเยอรมนีก็ยังคงแนบแน่นและพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่มูลค่าการค้าเพิ่มสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่การค้าระหว่างไทยและเยอรมนีค้าขายกันมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่เดือน พ.ย. ในขณะที่การลงทุนสองทางก็มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

01/30/2018



กลับหน้าหลัก