การทำธุรกิจในเยอรมนี

ในหลักการ เยอรมนีมีกฎหมายให้การคุ้มครองนักลงทุนต่างชาติอย่างเสมอภาคกับนักลงทุนเยอรมนี หากมีข้อพิพาททางกฎหมาย นักธุรกิจส่วนใหญ่สามารถพี่งพาระบบยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพของเยอรมนี อย่างไรก็ดี การทำความเข้าใจระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก่อน ย่อมเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายการค้า กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษี กฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่กำลังถูกจับตามองในเยอรมนีในขณะนี้



ต้นทุนทางธุรกิจ

การเก็บค่าธรรมเนียมและค่าภาระที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก นอกจากภาษีนำเข้าและส่งออกตามระเบียบร่วมของ EU แล้ว เยอรมนียังมีการจัดเก็บ (1) ภาษี Import Turnover Tax (Einfuhrumsatzsteuer) ในอัตราร้อยละ 19 หรือร้อยละ 7 ตามประเภทของสินค้า (2) ภาษี Consumption Tax (Verbrauchssteuer) สำหรับสินค้าฟุ่มเฟือย (Genussmittel) เช่น ยาสูบ เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ กาแฟ และสินค้าพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน


ในหลักการการดำเนินการด้านภาษีไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเว้นกรณี

  1. ดำเนินการนอกสถานที่หรือนอกเวลาทำการ
  2. สินค้าที่ไม่ใช่สินค้าทั่วไปที่ต้องมีการเก็บรักษาเป็นพิเศษ
  3. ดำเนินการเกี่ยวกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์มากกว่าร้อยละ 15 ในระหว่างกระบวนการด้านภาษี (ยกเว้นการดูแลทั่วไป)
  4. ดำเนินการ ณ สนามบินที่ไม่มี สนง.ศุลกากร
  5. ดำเนินการที่เกี่ยวกับการทำลายสินค้า
  6. การอารักขา/ติดตามพาหนะขนส่งสินค้าหรือสินค้า
  7. การตรวจสอบสินค้าเป็นรายกรณี
  8. จัดทำภาพถ่ายประกอบการดำเนินการ
  9. อื่น ๆ

ในทางปฏิบัติ บริษัทผู้นำเข้าของเยอรมนี มักเรียกเก็บ (1) ค่าดำเนินการด้านภาษี เป็นรายกรณี และ (2) ภาระที่เกี่ยวข้องกับสายเดินเรือและการขนส่งโดยคำนึงว่า การส่งสินค้ามีทั้งแบบ FOB และ CIF และแต่ละ บ. อาจคิดค่า OT ค่าจ้างแรงงาน ค่าเก็บรักษาสินค้า ค่า x-ray ตู้สินค้าเพิ่มเติม


การส่งออกสินค้าจากเยอรมนีไปประเทศที่สาม

  1. สำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,000 ยูโร หรือมีน้ำหนัก ไม่เกิน 1,000 กก. ผู้ส่งออกสามารถสำแดงเพียงใบเสร็จของสินค้า ณ ด่านส่งออก แต่หากสินค้ามีมูลค่าเกิน 1,000 ยูโร และ/หรือมีน้ำหนัก เกิน 1,000 กก. จะต้องกรอกแบบฟอร์ม Ausfuhrerklaerung และหากมีมูลค่าเกิน 3,000 ยูโร จะต้องแจ้งสำนักงานศุลกากรที่รับผิดชอบก่อน
  2. ในหลักการ การดำเนินการด้านภาษีไม่มีค่าใช้จ่าย ยกเว้นกรณีที่กล่าวถึงข้างต้น โดยเป็นไปตามระเบียบที่เกี่ยวข้องฉบับเดียวกัน
  3. การขอใบรับรองมาตรฐานสินค้า ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของประเทศปลายทาง โดยค่าใช้จ่ายเป็นไปตามระเบียบของหน่วยงานตรวจรับรองของเยอรมนีแต่ละแห่ง

ช่องทางการเผยแพร่ข้อมูล สำนักงานศุลกากรกลางของเยอรมนี ได้จัดทำเว็บไซต์ ในการคำนวณค่าธรรมเนียมและภาระที่เกี่ยวข้อง และการให้ข้อมูลเพิ่มเติมในหัวข้อเฉพาะเรื่อง อาทิ สินค้าต้องห้าม แหล่งกำเนิดสินค้า ฯลฯ


นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล ภายใต้สำนักงานศุลกากรกลาง

Waterloostrasse 5, 30169 Hannover

+49 511 1012480
+49 511 1012899
info.gewerblich@zoll.de

เพื่อให้คำแนะนำด้านการส่งออก-นำเข้า โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ด้วย


ภาษีนิติบุคคล

ภาษีนิติบุคคล
รายรับจากเงินปันผลและการขายหุ้น คิดภาษีที่อัตรา 5%
อัตรา 15%
ภาษีการค้า
เพดานรายรับของกิจการเจ้าของเดียวหรือกิจการเข้าหุ้น ที่ได้รับยกเว้นไม่นำมาคำนวณภาษี - 24,500 ยูโร
อัตรา 7 – 17.15% (ขึ้นกับท้องถิ่น)
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) อัตราทั่วไป 19%
อัตราลด 7%
ที่มา : Key Data German Taxation 2013

ภาษีบุคคลธรรมดา

ตารางอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แบบแยกภาษีคนโสดและคู่สมรส

ที่มา : Income Tax Scale 2014


ค่าแรงขั้นต่ำและค่าล่วงเวลา

โดยทั่วไปเยอรมนีไม่มีประกาศอัตราเงินเดือนตายตัว เงื่อนไขการจ้างงานล่วงเวลาและการให้โบนัส ขึ้นกับการเจรจาระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเองและการระบุในสัญญาจ้างงาน การทำงานเต็มเวลาในเยอรมนี ปกติคือเวลาทำงานเฉลี่ย 40 ชั่วโมง/สัปดาห์


การจ้างแรงงานต่างชาติ

ผู้ประกอบการในเยอรมนีต้องเป็นผู้ดำเนินการขออนุญาตจ้างแรงงานต่างชาติด้วยตนเอง โดยผู้ประกอบการสามารถยื่นคำร้องขอจ้างแรงงานต่างชาติต่อสำนักงานแรงงาน และเมื่อคำร้องได้รับความเห็นชอบ ผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้ยื่นเรื่องแทนขอใบอนุญาตทำงานให้แก่แรงงานนั้น และส่งเรื่องให้แก่แรงงานผู้นั้นดำเนินการขอรับวีซ่าทำงาน โดยยื่นเอกสารต่างๆ อาทิ หลักฐานแสดงความรู้ทางภาษา การประกันสุขภาพ เป็นต้น ประกอบการพิจารณา ต่อสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีในประเทศต้นทาง

เมื่อแรงงานผู้นั้นเดินทางเข้ามาในเยอรมนีแล้ว ผู้ประกอบการจึงต้องนำแรงงานคนนั้นไปขอรับใบอนุญาตทำงานต่อไป โดยอายุใบอนุญาตที่ทำงานที่ออกให้ครั้งแรกจะมีอายุการใช้งาน 1 ปี และมีเงื่อนไขการจำกัดพื้นที่และตำแหน่งงานที่จะได้รับการจ้างงาน พร้อมกับจัดทำเอกสารเพื่อเสียภาษีและประกันสุขภาพ

ต่อมา เมื่อได้รับการพิจารณาต่ออายุครั้งต่อไป ใบอนุญาตจะมีอายุการใช้งาน 2 ปี โดยไม่มีข้อจำกัดพื้นที่ และตำแหน่งงาน และเมื่อใบอนุญาตหมดอายุอีกครั้งหนึ่ง จะได้รับการพิจารณาต่ออายุอีกเป็นเวลา 2 ปี และเมื่อครบ 2 ปีสุดท้าย รวมระยะเวลาใบอนุญาตทั้งหมด 5 ปี แรงงานดังกล่าวจะได้รับสถานะ permanent residence เพื่อประกอบอาชีพอย่างถาวรต่อไป


ประกันสังคม

ระบบประกันสังคมภาคบังคับในเยอรมนี ประกอบไปด้วย ประกันสุขภาพ ประกันการดูแลผู้ป่วย (Nursing care insurance) ประกันการเกษียณอายุ ประกันการตกงาน และประกันอุบัติเหตุ

ทั้งนี้ การจ่ายเงินประกันลำดับที่ (1) ถึง (4) เข้ากองทุนประกันสังคมเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของนายจ้างและลูกจ้าง ส่วนเงินข้อสุดท้าย (ประกันอุบัติเหตุ) เป็นความรับผิดชอบของนายจ้างฝ่ายเดียว

ค่าเช่าที่ดิน

อัตราค่าเช่าแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะในเมืองเศรษฐกิจสำคัญต่างๆ อาทิ มิวนิค ฮัมบูร์ก ดุสเซลดอร์ฟ จะมีอัตราสูงกว่าที่อื่นๆ รวมถึงเบอร์ลิน


ค่าเช่าสำนักงานหรือโรงงาน

ในเยอรมนีคำว่าค่าเช่ามักหมายถึง ค่าเช่าพื้นที่เท่านั้น (Nettomiete หรือ Kaltmiete) โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Nebenkosten) เช่น ค่าจัดการขยะ ค่าน้ำ ค่าจัดการน้ำเสีย ค่าไฟฟ้า ค่าจ้างผู้ดูแลตึก ค่าต่อสัญญาณเคเบิลทีวี ค่าก๊าซและระบบทำความร้อน เข้ามาด้วย ซึ่งหากเป็นค่าเช่าที่คิดรวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยแล้ว จะเรียกว่า ค่าเช่าสุทธิ (Bruttomiete หรือ Warmmiete)


สถิติค่าเช่าสำนักงานเฉลี่ย

ที่มา : ฝ่ายวิจัย Deutsche Bank



ค่าเช่าคลังสินค้า

การเช่าในระยะยาวจะมีอัตราถูกกว่าการเช่าระยะสั้น ตัวอย่างอัตราค่าเช่าตู้คอนเทนเนอร์เพื่อเก็บของ (Lagerraum) ระยะเวลา 4 สัปดาห์ ในเบอร์ลิน

ขนาดพื้นที่ (ตร.ม.) ความจุ (ลบ.ม.) ราคา (ยูโร)
1 3 33
2 6 54
4 12 97
6 18 135
8 24 160
10 30 199
12 36 223
14 42 239
16 48 259
18 54 279
20 60 299

ที่มา : http://www.secur.de/preisfinder.php (ข้อมูล ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2557)

ค่าไฟฟ้า/ค่าน้ำประปา

85% ของไฟฟ้าที่ส่งถึงผู้บริโภคมาจากผู้ประกอบการเอกชน ได้แก่ RWE, E.ON, EnBW และ Vattenfall ส่วนที่เหลือ 15% เป็นการผลิตพลังงานของอุตสาหกรรมเองหรือจากโรงไฟฟ้าชุมชน โครงสร้างค่าไฟฟ้ามาจากต้นทุนการผลิต ต้นทุนโครงข่ายการส่งพลังงานไฟฟ้า ต้นทุนการขาย ภาษี บวกกำไรของผู้ประกอบการ


อัตราค่าใช้บริการโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต

บริการโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตในเยอรมนีมีผู้ประกอบการเอกชนหลายรายในตลาด ทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภค โดยมี Deutsche Telekom เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตรายใหญ่ของเยอรมนี ทั้งนี้สภาวะการแข่งขันในปัจจุบันผู้ประกอบการต่อสู้กันด้วยราคา Flatrate อาทิ ค่าบริการโทรศัพท์พื้นฐานบวกการต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (DSL) มีอัตราค่าบริการประมาณ 20 ยูโร/เดือน (สัญญาขั้นต่ำ 1 ปี)

การกำหนดราคาค่าโทร คิดเป็นนาที และต่างกันไปตามช่วงเวลา ซึ่งช่วงระหว่างเวลา 18:00-09:00 และตลอดเวลาในวันหยุด ค่าโทรศัพท์มักจะถูกกว่าช่วงกลางวันของวันธรรมดา อัตราค่าบริการต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตก็เช่นกัน แตกต่างกันไปตามอัตราความเร็วการต่อเชื่อม และปริมาณการรับ-ส่งข้อมูล


ค่าเชื้อเพลิง

อัตราค่าเชื้อเพลิงในตลาด

  • เบนซิน 1.639 ยูโร/ลิตร (ราคารวม VAT)
  • ดีเซล 1.431 ยูโร/ลิตร (ราคารวม VAT)
ที่มา : www.energy.eu/fuelprices/ (ข้อมูล ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2557)