การทำธุรกิจในเยอรมนี

ในหลักการ เยอรมนีมีกฎหมายให้การคุ้มครองนักลงทุนต่างชาติอย่างเสมอภาคกับนักลงทุนเยอรมนี หากมีข้อพิพาททางกฎหมาย นักธุรกิจส่วนใหญ่สามารถพี่งพาระบบยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพของเยอรมนี อย่างไรก็ดี การทำความเข้าใจระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก่อน ย่อมเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายการค้า กฎหมายแรงงาน กฎหมายภาษี กฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่กำลังถูกจับตามองในเยอรมนีในขณะนี้



นโยบายการส่งเสริม SME ของเยอรมนี

"Mittelstand" ของเยอรมนี ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็น backbone ของเศรษฐกิจเยอรมนี ทำให้มีการเติบโตที่มั่นคงและผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจมาโดยตลอด หน่วยงานต่าง ๆ ของไทย กำลังให้ความสนใจต่อการพัฒนา SMEs ของเยอรมนี อีกทั้งในนิตยสารระดับโลกด้านเศรษฐกิจ อาทิ The Economist และ Financial Times ได้มีบทความเกี่ยวกับ SMEs ของเยอรมนีอย่างต่อเนื่อง โดยเยอรมนีได้รับการยอมรับให้เป็น model ที่ประสบความสำเร็จในด้านนี้

จุดแข็ง/ปัจจัยสำเร็จของ SME เยอรมนี อยู่ที่

  1. การเป็นแหล่งนวัตกรรมชั้นนำ เพราะ SME เยอรมนี ให้ความสำคัญกับ R&D กอปรกับภาครัฐมีกลไกสนับสนุนที่เหมาะสม
  2. การมีกลไกพัฒนาทรัพยากรบุคคล สถานประกอบการ SMEs มีตำแหน่งให้นักเรียนเข้าเรียนในหลักสูตร dual system คิดเป็นร้อยละ 80 ของทั่วประเทศ อัตราการว่างงานของประชากรวัยหนุ่มสาว อยู่ที่เพียงร้อยละ 7.9
  3. mindset ของการบริหารจัดการธุรกิจ ที่สืบทอดมาเป็นเวลานาน ทำให้ SME มีขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศสูง ในขณะเดียวกัน ก็มีความรับผิดชอบต่อพนักงานและฐานที่ตั้ง โดยตามสถิติของ DIHK แม้ว่าจำนวนการจดทะเบียน SME ใหม่ จะลดลง ตามนัยข้อ 4 แต่ก็พบว่า ผู้ประกอบการรุ่นใหม่มีทักษะการวางแผนธุรกิจที่ดีขึ้นในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง จำนวน SME ที่ขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลมีเพียงร้อยละ 17 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
  4. สภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการแข่งขัน รัฐบาลสหพันธ์ฯ เน้นหลักการ open market และการเสริมสร้างการแข่งขัน ภายใต้กรอบกฎหมาย/ระเบียบ ที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีการรวมตัวกันภายในอุตสาหกรรมค่อนข้างเข้มแข็ง และระบบธนาคารในระดับท้องถิ่นสนับสนุนการดำเนินธุรกิจด้วย


คำจำกัดความ SME ในเยอรมนี

ได้แก่ สถานประกอบการขนาดกลาง มีพนักงานไม่เกิน 500 คน และมีผลประกอบการไม่เกิน 50 ล้านยูโรต่อปี และสถานประกอบการขนาดย่อม มีพนักงานไม่เกิน 9 คน และมีผลประกอบการไม่เกิน 1 ล้านยูโรต่อปี อย่างไรก็ดี คำว่า Mittelstand ในภาษาเยอรมัน ยังครอบคลุมถึง mindset ของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเน้น ownership ความรับผิดชอบต่อพนักงานและฐานที่ตั้ง และการดำเนินยุทธศาสตร์ระยะยาว


โครงสร้าง SME ในเยอรมนี

มีจำนวนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 99.7 ของจำนวนบริษัททั้งหมดในเยอรมนี มีการสร้างงานร้อยละ 60.8 ของประเทศ และมีมูลค่าการผลิตคิดเป็นนร้อยละ 51.3 ของ GDP ส่วนใหญ่ เป็นธุรกิจครอบครัว กระจายในรัฐต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะรัฐทางใต้ Baden-Württemberg และ Bayern ทางตะวันตก ได้แก่ Nordrhein-Westfalen, Hessen, Rheinland-Pfalz โดยแม้ว่าบริษัทจะตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ แต่หลายบริษัทก็ถือเป็นบริษัทชั้นนำของโลก จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า "hidden champion"

สาขาธุรกิจที่สำคัญ ได้แก่ การผลิตชิ้นส่วนเครื่องจักรกล การผลิตเครื่องไฟฟ้า เครื่องใช้ในครัวเรือน การผลิตสินค้าและบริการด้านอุตสาหกรรม โดยน่าสนใจว่า ได้มีการพัฒนา cluster ของอุตสาหกรรมตามพื้นที่ตั้ง อาทิ อุตสาหกรรมการผลิต cutlery อยู่ที่บริเวณเมือง Solingen


กลไกส่งเสริม SME

นับแต่การเริ่มต้นก่อตั้งบริษัท เยอรมนีมีข้อบังคับให้ทุกบริษัทต้องจดทะเบียนเป็นสมาชิกหอการค้าและอุตสาหกรรมในพื้นที่ (IHKs) โดยเสียค่าธรรมเนียมตามสัดส่วนผลประกอบการและการชำระภาษี

หอการค้าและอุตสาหกรรมท้องถิ่น จะให้บริการตอบแทนสมาชิก ตั้งแต่การให้คำแนะนำปรึกษาเพื่อก่อตั้งธุรกิจ การให้ความช่วยเหลือด้านการเขียนแผนสนับสนุนทางการเงิน การสร้างแรงงานฝีมือ รุ่นใหม่ภายใต้หลักสูตร dual system ไปจนถึงการประสานงานผ่านหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมันในต่างประเทศ (AHK) เพื่อการขยายตลาดส่งออก

สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนี (DIHK) มีบทบาทสำคัญในการประสานงานระดับนโยบายกับรัฐบาล และส่วนราชการ โดยตรวจสอบการกำหนดนโยบาย ร่วมวางแผนกลยุทธ์แบบองค์รวม การพัฒนาระบบการศึกษาสายอาชีพ (dual system) ที่เป็นหัวใจของการพัฒนาแรงงานฝีมือ รองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม การสำรวจวิจัยความเห็นด้านเศรษฐกิจ และตีพิมพ์เป็นเอกสารเผยแพร่เป็นประจำ (ราย 2-3เดือน) การทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานการวิจัย

ภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจฯ สหพันธ์ฯ มีหน้าที่รับฟังสถานการณ์และประสานความต้องการของภาคเอกชน แล้วนำมากำหนดแผนงานระยะยาว เพื่อแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน ลดอุปสรรคทางการทำงานของ SME


ความท้าทาย

ปัจจุบัน จำนวนการจดทะเบียน SME ใหม่ ในเยอรมนี ลดลงเรื่อย ๆ โดยในปี 2555 ได้ลดลงประมาณร้อยละ 23.5 จากปีก่อนหน้า และจากการสำรวจสถิติผู้จบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย มีเพียงร้อยละ 6 ที่ต้องการเป็นผู้ประกอบการ เกี่ยวกับเรื่องนี้ DIHK มีแนวทางแก้ไขปัญหาโดยจะเพิ่มการสนับสนุนในส่วนของ high-tech start-up และกระตุ้นแนวคิดการเป็นผู้ประกอบการ ทั้งในระดับโรงเรียน และอุดมศึกษา ตลอดจนหารือกับภาครัฐเกี่ยวกับแนวทางการลดทอนกระบวนการทางราชการที่ซับซ้อน


ภารกิจที่สำคัญของภาครัฐ

ประกอบด้วย

  1. การพัฒนาเทคโนโลยี/นวัตกรรม โดยส่งเสริมการลงทุน ผ่านโครงการ Central SME Innovation Programme (“ZIM”) เป็นต้น
  2. การส่งเสริมโอกาสด้านการตลาดในต่างประเทศ โดยสนับสนุนข้อมูลผ่านหน่วยงาน Germany Trade & Invest การส่งเสริมเครือข่ายความร่วมมือของหอการค้าและอุตสาหกรรมในต่างประเทศ การเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ การมีข้อริเริ่มต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการส่งออก การประกันสินเชื่อส่งออกและการประกันการลงทุน
  3. การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จาก pool แรงงานฝีมือ เช่น เว็บไซต์ www.make-it-in-germany.com การจัดตั้งศูนย์ Excellence เพื่อรักษาทักษะแรงงาน การประชาสัมพันธ์การศึกษาสายอาชีพแก่เยาวชน ภายใต้ข้อริเริ่ม Vocational Training – Practically Unbeatable รวมทั้งการปรับแก้กฎ/ระเบียบการรับรองคุณวุฒิแรงงานจากต่างประเทศ
  4. การสนับสนุนการก่อตั้ง/สืบทอดกิจการ เช่น การจัด German Entrepreneurship Week ข้อริเริ่มกระตุ้นการเป็นนักลงทุน ในโรงเรียน (Entrepreneurial Spirit in Schools) การจัดการแข่งขัน "EXIST Start-up Culture – the Start-up College" การจัดทำเว็บไซต์ www.existenzgruender.de สำหรับผู้ต้องการเปิดกิจการ
  5. การอำนวยความสะดวกการเข้าถึงแหล่งทุน ผ่านโครงการสนับสนุนทางการเงิน ERP, KfW, High-Tech Start-up Fund II, ERP/EIF, ERP Start-up Fund
  6. การจัดหาแหล่งวัตถุดิบ รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบและพลังงาน
  7. การลดทอนกระบวนการทางราชการที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ

นอกจากนี้ รัฐบาลท้องถิ่นของสหพันธ์ฯ โดยเฉพาะรัฐ Baden-Württemberg รัฐบาวาเรีย ฯลฯ รวมทั้งสมาชิกรัฐสภา และหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของสหพันธ์ฯ ให้ความสำคัญที่จะผลักดันให้ SMEs เยอรมนี ออกไปหาพันธมิตรทางธุรกิจในเอเชียและอาเซียน เนื่องจากที่ผ่านมา ธุรกิจของสหพันธ์ฯ กับประเทศในเอเชีย/อาเซียน จะถูกครอบครองโดยบริษัทขนาดใหญ่ของสหพันธ์ฯ ที่มีเครือข่ายและฝังรากในภูมิภาคเป็นเวลาหลายสิบปี ในขณะที่ SMEs จะไม่มีข้อมูลและเครือข่ายที่เพียงพอที่จะทำให้ตระหนักถึงศักยภาพของตลาดในเอเชีย/อาเซียน มีผลให้ SMEs เยอรมนี ยังไม่สามารถ reach out ไปยังธุรกิจนอกยุโรปได้มากนัก

ประเทศไทยน่าจะใช้โอกาสที่สหพันธ์ฯ มีนโยบายส่งเสริมธุรกิจของ SMEs กับต่างประเทศ เชิญชวนให้ SMEs เยอรมนี เดินทางไปศึกษาตลาดในประเทศไทย โดยใช้โอกาสของการจัดงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศ ในสาขาอุตสาหกรรมด้านต่าง ๆ การจัดกิจกรรม match-making กับ SMEs เยอรมนี และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการพัฒนา SMEs ระหว่างสถาบันพัฒนา SMEs ของไทย กับหน่วยงานของเยอรมนี


สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
เมษายน 2557

ที่มา http://www.mfa.go.th/business/th/articles/88/45845-นโยบาย-SMEs-ของเยอรมนี.html