อาชีวศึกษาในเยอรมนี

อาชีวศึกษาในเยอรมนี

การส่งเสริมระบบอาชีวศึกษา (dual system) ในเยอรมนี


ระบบอาชีวศึกษาแบบ dual system ของเยอรมนี ถูกกล่าวขานว่าเป็น “backbone” ที่ทำให้เยอรมนีผ่านวิกฤตเศรษฐกิจทุก ๆ ครั้ง เนื่องจากเป็นระบบที่ทำให้ตลาดแรงงานของเยอรมนีมีแรงงานฝีมือที่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ อีกทั้งสามารถสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ปกครองและเยาวชน ทำให้ปัจจุบัน ตลาดแรงงานของเยอรมนีมีผู้สำเร็จการศึกษาแบบ dual system ถึงร้อยละ 54 ในขณะที่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับ ป.ตรี มีเพียงร้อยละ 18 อัตราการว่างงานของประชากรที่มีอายุระหว่าง 14-25 ปี ของเยอรมนี จึงอยู่ที่เพียงร้อยละ 7.8 ซึ่งต่ำที่สุดในยุโรป

จุดเด่นของระบบการศึกษาเยอรมนี คือ มีความยืดหยุ่นสูง นักเรียนที่สำเร็จหลักสูตร dual system สามารถศึกษาต่อระดับ ป.ตรี ได้โดยสมัครเรียนสายสามัญเพิ่มเติมเป็นเวลา 2-3 ปีแล้ว อีกทั้งวิทยาลัย เทคนิค (University of Applied Science หรือ Fachhochschule) หลายแห่งมีความร่วมมือกับบริษัท เปิดหลักสูตร dual study ในระดับ ป.ตรี ที่เทียบหน่วยกิจบางส่วนให้นักศึกษาจากหลักสูตร dual system ทำให้ลดระยะเวลาการศึกษาไปได้ 1-2 ปี นอกจากนี้ เยอรมนียังไม่มีปัญหาเรื่องค่านิยม นักเรียนอาชีวะจึงมีทางเลือก เมื่อตนพร้อมและเห็นว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น ผู้บริหารของบริษัทชั้นนำ หรือ สส. เยอรมนี ที่มีชื่อเสียง หลายรายก็สำเร็จการศึกษา dual system มาก่อน



Dual system คือ หลักสูตรที่เน้น "เรียนรู้จากการลงมือทำ" โดยเริ่มต้น นักเรียนที่สำเร็จ Grade 10 จะเลือกสมัครเข้าเรียนวิชาชีพที่สนใจ โดยทำสัญญากับบริษัท ในฐานะ apprentice ที่ได้รับเงินเดือน บริษัทจะส่งนักเรียนไปศึกษาในโรงเรียนอาชีพ (Berufsschule) ในบริเวณใกล้กับบริษัท 1-2 วัน ควบคู่กับ การเรียนรู้ภาคปฏิบัติในบริษัท 3-4 วัน ข้อแตกต่างที่สำคัญจากการฝึกงานทั่วไป คือ การที่ทุกบริษัทมี qualified trainer ที่ผ่านการรับรองกลาง จึงทำให้นักเรียนได้รับความรู้ภาคปฏิบัติที่ได้มาตรฐานเดียวกัน


กลไกสำคัญ คือ ความร่วมมือที่ใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชน ภาครัฐกำหนดนโยบายในภาครวมและสนับสนุนงบประมาณผ่านโรงเรียนอาชีพ ในขณะที่ภาคเอกชน มีสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมัน (DIHK) เป็นองค์กรหลัก โดยมีหน้าที่ตั้งแต่ขั้นตอนการเสนอหลักสูตร การลงทะเบียน การจัดสอบ และการรับรองคุณวุฒิ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่สามารถสื่อสารความต้องการของภาคเอกชนเยอรมัน รวมถึงสมาคมวิชาชีพต่าง ๆ กับโรงเรียนวิชาชีพ DIHK ของเยอรมนี มีความเข้มแข็งมาก เพราะมีข้อกำหนดเรื่อง compulsory membership ที่ทุกบริษัทต้องเป็นสมาชิก DIHK และเสียเงินบำรุงรายปี จึงทำให้ DIHK มีงบประมาณ

ปัจจุบัน มีหลักสูตรวิชาชีพที่ได้รับการรับรองแล้วกว่า 350 วิชาชีพ หน่วยงานรับผิดชอบการบริหารจัดการหลัก ๆ ประกอบด้วย โรงเรียนอาชีพ-บริษัท ในฐานะ education providers กระทรวงศึกษาธิการของ แต่ละรัฐและกระทรวงศึกษาและวิจัยของสหพันธ์ฯ โดยมี Federal Institute of Vocational Training (BIBB) ทำหน้าที่หลักในการกำหนดนโยบายและประสานงานกับหน่วยงานปฏิบัติ สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนี (DIHK) และหอการค้าและอุตสาหกรรมจังหวัดต่าง ๆ รวมถึงสมาคมวิชาชีพรายสาขา เป็นตัวแทนของภาคเอกชน ในการกำหนดหลักสูตรตามความต้องการกลุ่มวิชาชีพ ตลอดจนให้คำแนะนำนักเรียน/บริษัท ติดตามการดำเนินงาน ทบทวนมาตรฐานการเรียนการสอน และประเมินและรับรองวุฒิ



การส่งเสริมระบบอาชีวศึกษาเป็นผลประโยชน์ร่วมของทุกฝ่าย กล่าวคือ

ต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ SMEs นักเรียนที่สำเร็จหลักสูตรเป็น perfect match คือตรงกับความต้องการของบริษัทและสามารถเริ่มทำงานทันที จึงทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาทักษะแรงงานลดลง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัท อีกทั้งยังถือเป็น CSR ของบริษัท ที่สร้างความผูกพันกับบริษัทในระยะยาวด้วย
ต่อนักเรียน นักเรียน “เรียนรู้จากการลงมือทำ” อีกทั้งยังได้รับเงินเดือนตั้งแต่เริ่มหลักสูตร และเมื่อสำเร็จการศึกษา ร้อยละ 80 ได้รับการจ้างงานในบริษัททันที หรือแม้จะไม่ได้รับการจ้างต่อ ก็สามารถสมัครงานกับบริษัทอื่น เพราะวุฒิ dual system มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ
ต่อประเทศ ค่าใช้จ่ายของภาครัฐในการสนับสนุนระบบอาชีวศึกษาลดลง เนื่องจากภาคเอกชนมีส่วนร่วม ในลักษณะ PPP เพื่อสร้าง skilled professionals รองรับความต้องการของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ การมีความร่วมมือระหว่างบริษัทกับสถาบันการศึกษาอย่างใกล้ชิดยังมีส่วนในการส่งเสริม R&D ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ในระดับระหว่างประเทศ ระบบอาชีวศึกษาของเยอรมนีเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ประธานาธิบดีโอบามา ได้กล่าวกับนายกรัฐมนตรีแมร์เคล แสดงความสนใจต่อระบบการศึกษาแบบ dual system ของเยอรมนี ประเทศเพื่อนบ้านของไทย เช่น เวียดนาม ลาว สิงคโปร์ มาเลเซีย รวมทั้งจีน บราซิล อินเดีย รัสเซีย อาร์เจนตินา และอีกหลาย ๆ ประเทศในยุโรป ได้เริ่มนำระบบการศึกษาของเยอรมนีไปประยุกต์ใช้ ในขณะที่ประเทศยุโรปตะวันออก บางประเทศ ที่เคยมีระบบ dual system แต่ยกเลิกไป อาทิ โรมาเนีย เริ่มประสบปัญหาในตลาดแรงงาน จนมีกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการตัดสินใจ


กรอบความร่วมมือด้านอาชีวศึกษา ไทย-เยอรมนี

  • MOU ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กับ Federal Institute of Vocational Training ของเยอรมนี (BIBB) เมื่อปี 2547 ซึ่งในขณะนี้ สองฝ่ายอยู่ระหว่างจัดทำข้อตกลงฉบับใหม่ เพื่อต่อยอดความร่วมมือที่มีอยู่ โดยเน้นการร่วมพัฒนาหลักสูตรสาขา mechatronics
  • MOU ว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา ฉบับ ต.ค. 2555 ลงนามโดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี มีเนื้อหาครอบคลุม ความร่วมมือเรื่อง dual system และการส่งเสริมการสอนภาษาเยอรมันในไทย
  • สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมัน (DIHK) ได้ลงนาม MOU กับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) เมื่อ ม.ค. 2556 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือเรื่องระบบการรับรองวุฒิสาขาวิชาชีพและหลักสูตรอาชีวศึกษา
  • ต่อมา กระทรวงการต่างประเทศ เยอรมนี ได้มีข้อริเริ่ม German-Thai Dual Excellence Education โดยมีการลงนาม MOU ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับฝ่ายเยอรมนี เมื่อ พ.ค. 2556 เพื่อต่อยอด MOU ต่างๆ ข้างต้น โดยกำหนดให้มีบริษัทนำร่อง 3 บริษัท ได้แก่ BMW Bosch และ B. Grimm ที่จะพัฒนาหลักสูตรกับมหาวิทยาลัย / มหาวิทยาลัยเทคนิคของไทย โดยร่วมมือกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ) ภายใต้การดูแลของ Federal Institute for Vocational Training (BIBB) ที่อยู่ระหว่างการจัดวางแบบแผนการเทียบคุณวุฒิในวิชาสาขาที่เปิดสอนในโครงการกับมาตรฐานของเยอรมนี

นอกจากนี้การผลักดันความร่วมมือ ไทย-เยอรมนี ยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานเยอรมนี่ที่เกี่ยวข้อง

  • กระทรวงการศึกษา และวิจัยเยอรมนี (BMBF) หน่วยงานรับผิดชอบหลัก เสนอการจัดทำ MOU ด้าน dual system กับกระทรวงศึกษาธิการของไทย อีก 1 ฉบับ รวมทั้งได้เสนอให้ไทยเข้าร่วมโครงการ train the trainers โดยยินดีที่จะหารืออรูปแบบการจัดการอบรมผู้เชี่ยวชาญ
  • กระทรวงความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และการพัฒนา (BMZ) สนับสนุนข้อริเริ่ม Inwent, iMove, IBEX ที่เน้นความร่วมมือด้าน dual system ในประเทศหุ้นส่วน
  • กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี มีแผนการสนับสนุนโครงการ สอท. ในการส่งผู้เชี่ยวชาญอาวุโสเยอรมนี ไปประจำวิทยาลัยเทคนิค/โรงเรียนวิชาชีพของไทย
  • กระทรวงเศรษฐกิจและพลังงาน เยอรมนี (BMWi) ร่วมมือกับสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเยอรมนี ส่งเสริมภาคเอกชนเยอรมนี ในการเข้าร่วมโครงการของหอการค้าเยอรมัน-ไทย
  • องค์การความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ (GIZ) มีโครงการพัฒนาทักษะผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวศึกษาในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักคือไทยและเวียดนาม โดยเกริ่นไว้ว่า กระทรวงศึกษาธิการสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าวในการส่งผู้เชี่ยวชาญของสถานศึกษาและวิทยาลัยกลุ่มเป้าหมายไปอบรม เป็นต้น

สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
25 กันยายน 2557